คดียาเสพติดในประเทศไทยอยู่ภายใต้การควบคุมของ ประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายปี 2564) กฎหมายฉบับนี้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดสำคัญคือ ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย โดยเน้นการนำผู้ที่ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแทนการจำคุก ในขณะเดียวกันก็ยังคง บทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ลักลอบนำเข้า ส่งออก เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม
การดำเนินการของทีมทนายความ
- การเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที:ทันทีที่ได้รับการติดต่อ ทีมทนายความของเราได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมลูกความถึงในเรือนจำอย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ ให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อลดความวิตกกังวล และรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดจากลูกความโดยตรง
- การวางรูปคดีและยื่นขอประกันตัว:คดียาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติมักมีเงื่อนไขที่เข้มงวดและศาลมักจะพิจารณาอย่างรัดกุมในการให้ประกันตัว ทีมงานของเราได้ทำการวิเคราะห์ข้อกฎหมายอย่างละเอียด รวบรวมหลักฐานที่จำเป็น และจัดเตรียมเอกสารคำร้องที่รัดกุม เพื่อแสดงให้ศาลเห็นถึงเหตุผลอันสมควรและหลักประกันที่น่าเชื่อถือ
- ความสำเร็จในชั้นการฝากขัง:ด้วยความเชี่ยวชาญและการนำเสนอข้อกฎหมายที่ชัดเจนต่อศาล ทีมทนายความสามารถยื่นขอความเมตตาและโน้มน้าวศาลจนเป็นผลสำเร็จ ทำให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ลูกความออกมาได้
บทสรุปการทำงาน
คดียาเสพติดในประเทศไทยแบ่งการจัดการออกเป็น 2 ทิศทางอย่างชัดเจน คือ การให้โอกาสผู้เสพ ได้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูเพื่อกลับคืนสู่สังคมโดยไม่ต้องรับโทษทางอาญา (หากปฏิบัติตามเงื่อนไข) และ การปราบปรามอย่างเด็ดขาดกับผู้ค้าและผู้ผลิต ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกขั้นสูงไปจนถึงประหารชีวิต รวมถึงการถูกยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ปริมาณและประเภทยาเสพติดที่พบจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการพิจารณาฐานความผิดและบทลงโทษในชั้นศาล


